Ingredients Banner

Ingredients

23 สารอาหารคุณภาพ — ผ่านการคัดเลือกอย่างพิถีพิถัน
ด้วยวิทยาศาสตร์ เพื่อคุณโดยเฉพาะ

23 สารอาหารคุณภาพ — ผ่านการคัดเลือกอย่างพิถีพิถัน ด้วยวิทยาศาสตร์ เพื่อคุณโดยเฉพาะ

picture

หลักการคัดเลือกสารอาหารของเรา

ทุกสูตรของเราถูกออกแบบโดยผู้เชี่ยวชาญด้านโภชนาการและแพทย์ เพื่อให้ตรงกับความต้องการเฉพาะของร่างกายคุณ ด้วยสารอาหาร 23 ชนิดที่ผ่านการคัดเลือกจากแหล่งผลิตที่มีมาตรฐานระดับโลก ผ่านงานวิจัยทางคลินิก และอยู่ในรูปแบบที่ร่างกายดูดซึมและใช้ประโยชน์ได้สูงสุด

picture

Clinically Proven:

ทุกส่วนผสมมีข้อมูลการวิจัยทางคลินิกสนับสนุนถึงประสิทธิภาพและความปลอดภัย

picture

Trusted Origins:

แหล่งวัตถุดิบมาจากผู้ผลิตที่ผ่านมาตรฐาน GMP, ISO และได้รับการรับรองคุณภาพระดับสากล

picture

Bioavailable Forms:

ใช้เฉพาะรูปแบบที่ร่างกายดูดซึมได้ดีที่สุด เช่น Methylcobalamin สำหรับ B12, Chelated Minerals สำหรับแร่ธาตุ

picture

Doctor-Designed:

สูตรทั้งหมดได้รับการออกแบบและทบทวนโดยทีมแพทย์และนักโภชนาการ

picture

Clean & Pure:

ปราศจากสารกันเสีย สีสังเคราะห์ หรือสารเติมแต่งที่ไม่จำเป็น

หนึ่งเป้าหมาย หนึ่งซอง
คัดสรรสารอาหารให้ทำงานร่วมกันเพื่อผลลัพธ์ที่ดีที่สุด

หนึ่งเป้าหมาย หนึ่งซอง — คัดสรรสารอาหารให้ทำงานร่วมกันเพื่อผลลัพธ์ที่ดีที่สุด

เพื่อให้สารอาหารทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด เราจึงแบ่ง 23 สารอาหารออกเป็น 6 กลุ่มตามหน้าที่หลักของร่างกาย
ซึ่งแต่ละซองได้รับการออกแบบมาให้สนับสนุนระบบสำคัญแตกต่างกันโดยเฉพาะ

เพื่อให้สารอาหารทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด เราจึงแบ่ง 23 สารอาหารออกเป็น 6 กลุ่มตามหน้าที่หลักของร่างกาย ซึ่งแต่ละซองได้รับการออกแบบมาให้สนับสนุนระบบสำคัญแตกต่างกันโดยเฉพาะ

product picture product picture product picture product picture product picture
Calcium picture

Calcium

แคลเซียมอะมิโนคีเลต ดูดซึมดีกว่าทั่วไป เสริมความแข็งแรงกระดูก และฟัน ลดความเสี่ยงกระดูกพรุนในอนาคต

icon

แคลเซียมเป็นแร่ธาตุสำคัญต่อร่างกาย ไม่เพียงสร้างความแข็งแรงให้กระดูกและฟัน แต่ยังควบคุมการทำงานของกล้ามเนื้อ หัวใจ และระบบประสาท การเลือกใช้ แคลเซียมอะมิโนคีเลต ทำให้ดูดซึมได้ดี ลดการระคายท้องและมั่นใจว่าร่างกายได้รับประโยชน์เต็มที่

Q&A

Q1: ทำไมต้องใช้แคลเซียมอะมิโนคีเลต?

A1: ดูดซึมสูงกว่าแบบคาร์บอเนตหรือซิเตรต ใช้ประโยชน์เต็มที่ ลดท้องอืด

Q2: ทำไมต้องใช้แคลเซียมอะมิโนคีเลต?

A2: กระดูกและฟันแข็งแรง กล้ามเนื้อและหัวใจทำงานปกติ

Q3: ทำไมควรทานแคลเซียมพร้อมกับวิตามิน D?

A3: วิตามิน D โดยเฉพาะในรูปแบบ D3 มีบทบาทสำคัญในการกระตุ้นการสร้างโปรตีน Calbindin ในลำไส้ ซึ่งเป็นตัวพาแคลเซียมเข้าสู่กระแสเลือด หากไม่มีวิตามิน D กระบวนการดูดซึมแคลเซียมจะเกิดขึ้นได้เพียงเล็กน้อย

Q4: สัญญาณขาดแคลเซียม?

A4: ตะคริว กล้ามเนื้อกระตุก กระดูกเปราะ เล็บเปราะ ชัก หัวใจเต้นผิดจังหวะ

Q5: ใครควรเสริม?

A5: ผู้สูงอายุ ผู้หญิงวัยหมดประจำเดือน และคนดื่มนมน้อย

Vitamin D picture

Vitamin D

วิตามินดี 3 รูปแบบดูดซึมทันที เสริมการดูดซึมแคลเซียม บำรุงกระดูก กล้ามเนื้อ ระบบภูมิคุ้มกันและหัวใจ

icon

วิตามิน D3 เป็นรูปแบบที่ร่างกายสามารถนำไปใช้ได้ทันที มีบทบาทสำคัญในการสร้างกระดูกและฟันที่แข็งแรงโดยการช่วยดูดซึมแคลเซียมและฟอสฟอรัส นอกจากนี้ยังช่วยปรับสมดุลฮอร์โมนและสนับสนุนระบบภูมิคุ้มกัน การเสริม Vitamin D3 อย่างสม่ำเสมอจึงช่วยให้ร่างกายสามารถทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ แม้ในผู้ที่ได้รับแสงแดดไม่เพียงพอ

Q&A

Q1: ทำไม Vitamin D3 ถึงสำคัญต่อการดูดซึมแคลเซียม?

A1: D3 ช่วยกระตุ้นโปรตีน calbindin ในลำไส้ ซึ่งเป็นตัวพาแคลเซียมเข้าสู่กระแสเลือด หากขาด D3 ต่อให้ทานแคลเซียมมากแค่ไหน ร่างกายก็ไม่สามารถดูดซึมไปใช้สร้างกระดูกและฟันได้อย่างเต็มที่

Q2: Vitamin D3 มีบทบาทต่อภูมิคุ้มกันอย่างไร?

A2: D3 ทำหน้าที่เป็น immunomodulator กระตุ้นการทำงานของเม็ดเลือดขาวและลดการอักเสบเรื้อรัง ช่วยให้ระบบภูมิคุ้มกันตอบสนองได้สมดุลและลดความเสี่ยงของการติดเชื้อ

Q3: ทำไมคนทำงานในออฟฟิศหรือไม่โดนแดดจึงมักขาด D3?

A3: ร่างกายสร้าง D3 ได้จากแสง UVB เมื่อผิวสัมผัสกับแสงแดดโดยตรง ผู้ที่อยู่ในอาคารเป็นเวลานานหรือทาครีมกันแดดตลอดอาจผลิต D3 ได้น้อย ส่งผลให้เกิดภาวะขาดได้ง่าย

Q4: สัญญาณใดบ้างที่อาจบอกว่าเราขาด D3?

A4: อ่อนเพลีย กล้ามเนื้ออ่อนแรง อารมณ์แปรปรวน กระดูกเปราะหรือปวดเรื้อรัง ล้วนเป็นสัญญาณที่พบได้เมื่อร่างกายขาด D3

Q5: ใครควรเสริม?

A5: ผู้สูงอายุ ผู้หญิงวัยหมดประจำเดือน และคนดื่มนมน้อย

Q6: ทำไมควรเลือก Vitamin D3 แทน D2?

A6: D3 เป็นรูปแบบที่ร่างกายใช้ได้ทันที ดูดซึมง่ายและมีประสิทธิภาพสูงกว่า

Vitamin K picture

Vitamin K

วิตามินเค 2 ช่วยพาแคลเซียมไปที่กระดูก ลดการสะสมในหลอดเลือด ป้องกันกระดูกพรุนและโรคหัวใจ

icon

Vitamin K2 นำพาแคลเซียมเข้าสู่กระดูกและฟัน ลดการสะสมผิดที่ในหลอดเลือด การใช้ K2 1% เป็นฟอร์มเข้มข้นและเสถียร ช่วยดูดซึมเต็มประสิทธิภาพ

Q&A

Q1: K2 มีประโยชน์ต่อหัวใจอย่างไร?

A1: ช่วยยับยั้งการสะสมของแคลเซียมในหลอดเลือด ลดโอกาสเกิดหลอดเลือดแข็งและโรคหัวใจ

Q2: วิตามิน K2 ทำงานอย่างไรกับแคลเซียม?

A2: ช่วย “นำทาง” แคลเซียมเข้าสู่กระดูกและฟัน ป้องกันการสะสมผิดที่

Q3: K2 มีประโยชน์ต่อหัวใจอย่างไร?

A3: ลดความเสี่ยงหลอดเลือดแข็งตัว โดย K2 มีบทบาทตรงกับการพาแคลเซียมไปสะสมที่กระดูกจึงป้องกันการเกาะในหลอดเลือด

Q4: ใครบ้างควรเสริม K2?

A4: ผู้สูงอายุ ผู้หญิงวัยหมดประจำเดือน หรือผู้ที่รับแคลเซียมและวิตามิน D เป็นประจำ

Q5: ขาด K2 จะมีผลอย่างไร?

A5: กระดูกอ่อนแอ และเสี่ยงแคลเซียมเกาะหลอดเลือด ทำให้แข็งตัว

Magnesium picture

Magnesium

แมกนีเซียมคีเลต ดูดซึมสูง ลดตะคริว อ่อนเพลีย คลายความเครียด เสริมการนอนหลับและสุขภาพหัวใจ

icon

แมกนีเซียมมีบทบาทสำคัญในการทำงานของระบบประสาท กล้ามเนื้อ และการสร้างพลังงาน แมกนีเซียมอะมิโนคีเลตเป็นฟอร์มที่ผ่านกระบวนการคีเลชัน ทำให้ร่างกายดูดซึมได้เต็มประสิทธิภาพ ลดอาการระคายเคืองต่อกระเพาะอาหาร และช่วยให้สามารถใช้แมกนีเซียมได้มากขึ้นเมื่อเทียบกับฟอร์มอื่น

Q&A

Q1: ทำไมต้องเลือกแมกนีเซียมอะมิโนคีเลต?

A1: ดูดซึมดีกว่าแมกนีเซียมออกไซด์หรือซิเตรต ลดปัญหาท้องอืด ลดอาการท้องเสียหรือไม่สบายท้อง

Q2: วิตามิน K2 ทำงานอย่างไรกับแคลเซียม?

A2: ช่วย “นำทาง” แคลเซียมเข้าสู่กระดูกและฟัน ป้องกันการสะสมผิดที่

Q3: ประโยชน์ของแมกนีเซียมหลัก ๆ มีอะไรบ้าง?

A3: คลายกล้ามเนื้อ ลดตะคริว สนับสนุนการนอนหลับและพลังงานของร่างกาย

Q4: แมกนีเซียมช่วยให้นอนหลับดีจริงหรือ?

A4: จริง เพราะแมกนีเซียมกระตุ้นการทำงานของสาร GABA ซึ่งเป็นสารสื่อประสาทที่ช่วยให้สมองผ่อนคลาย ลดความตื่นตัวของระบบประสาท ทำให้นอนหลับได้ง่ายขึ้นและคุณภาพการนอนดีขึ้น

Q5: อาการขาดแมกนีเซียม?

A5: ตะคริว ปวดหัว วิตกกังวล นอนไม่หลับ

Q6: ใครบ้างควรเสริม?

A6: ผู้ที่ออกกำลังกายหนัก เครียดสะสม หรือดื่มคาเฟอีน/แอลกอฮอล์

Q7: ทำไมคนที่ดื่มคาเฟอีนควรเสริมแมกนีเซียม?

A7: คาเฟอีนกระตุ้นให้ร่างกายขับแมกนีเซียมออกทางปัสสาวะมากขึ้น เสี่ยงต่อภาวะขาดแมกนีเซียม

Zinc picture

Zinc

สังกะสีคีเลต เสริมภูมิคุ้มกัน สมานแผล บำรุงผิว ผม เล็บ และการสร้างฮอร์โมน เพศทั้งชายและหญิง

icon

ซิงก์มีบทบาทต่อภูมิคุ้มกัน การสมานแผล และการสร้างฮอร์โมน การเลือกฟอร์มอะมิโนคีเลตช่วยให้ดูดซึมเต็มประสิทธิภาพ ลดการระคายท้อง

Q&A

Q1: ทำไมเลือกอะมิโนคีเลต?

A1: ดูดซึมดี ไม่ระคายท้อง

Q2: Zinc มีบทบาทสำคัญอย่างไรต่อร่างกาย?

A2: Zinc เป็นโคแฟกเตอร์ของเอนไซม์มากกว่า 300 ชนิด ช่วยในกระบวนการสร้างโปรตีน การแบ่งเซลล์ และการทำงานของระบบภูมิคุ้มกัน

Q3: ทำไม Zinc ถึงสำคัญต่อภูมิคุ้มกัน?

A3: ช่วยกระตุ้นการทำงานของเม็ดเลือดขาว (T-cell และ NK cell) ทำให้ร่างกายตอบสนองต่อเชื้อโรคได้รวดเร็วขึ้น

Q4: Zinc มีผลต่อผิวพรรณและเส้นผมหรือไม่?

A4: มี เพราะสังกะสีมีส่วนในการซ่อมแซมเซลล์ผิว ลดการอักเสบ และกระตุ้นการสร้างเคราติน ซึ่งจำเป็นต่อเส้นผม

Q5: การขาด Zinc ส่งผลอย่างไร?

A5: อาจทำให้แผลหายช้า ภูมิคุ้มกันอ่อนแอ ผมร่วง และในบางกรณีอาจกระทบต่อการรับรสและกลิ่น

Q6: เกี่ยวข้องกับฮอร์โมนไหม?

A6: ช่วยสมดุลฮอร์โมนเพศและสร้างสเปิร์ม

Vitamin A picture

Vitamin A

วิตามินเออะซิเตท ช่วยบำรุงสายตา ผิวพรรณ และเสริมภูมิคุ้มกัน คงคุณภาพได้นาน ไม่เสื่อมง่าย

icon

Vitamin A อะซิเตทเสถียรกว่าวิตามินเอธรรมชาติ ช่วยบำรุงสายตา ป้องกันความเสื่อมของจอประสาทตา เสริมระบบภูมิคุ้มกัน และบำรุงผิว ผม และเล็บ การเลือกใช้รูปอะซิเตททำให้วิตามิน A คงคุณภาพได้นานและใช้งานได้เต็มประสิทธิภาพ

Q&A

Q1: ทำไมเลือก Vitamin A อะซิเตท?

A1: มีความเสถียรและโครงสร้างโมเลกุลที่ปลอดภัย วิตามินเออะซิเตทจึงเหมาะสำหรับการใช้เสริมในระยะยาว โดยไม่ก่อให้เกิดผลข้างเคียงที่เป็นอันตราย คงคุณภาพยาวนาน ใช้ได้เต็มประสิทธิภาพ ดูดซึมได้ดีในร่างกาย

Q2: Vitamin A ดีต่อสายตาอย่างไร?

A2: ช่วยสร้าง Rhodosin ในเรตินา ทำให้สามารถมองเห็นในที่มืดได้ดี ลดอาการตาฟาง และป้องกันความเสื่อมของจอประสาทตา

Q3: Vitamin A ดีต่อผิวพรรณและระบบภูมิคุ้มกันอย่างไร?

A3: ช่วยให้ผิวและเยื่อเมือกแข็งแรง ลดการอักเสบ และสนับสนุนระบบภูมิคุ้มกันให้ต่อสู้เชื้อโรคได้ดี

Q4: ขาด Vitamin A อาการ?

A4: ตาบอดกลางคืน ผิวแห้ง ภูมิคุ้มกันต่ำ

Q5: ใครบ้างควรเสริม?

A5: คนทำงานหน้าจอ ผู้สูงอายุ และผู้มีอาหารจำกัด

Lutein picture

ลูทีนจากดอกดาวเรืองสกัด 5%

ลูทีนสกัดจากดอกดาวเรืองธรรมชาติ ปกป้องดวงตาจากแสงสีฟ้า ลดการเสื่อมจอประสาทตา เพิ่มความคมชัด

icon

ลูทีนเป็นสารแคโรทีนอยด์สำคัญสำหรับจอประสาทตา ช่วยกรองแสงสีฟ้าและลดความเสื่อมตามวัย การเลือกใช้ ลูทีนสกัดจากดอกดาวเรือง 5% ทำให้มั่นใจในความบริสุทธิ์ ปลอดสารตกค้าง และมีการดูดซึมเข้าสู่เลือดได้ดี

Q&A

Q1: ลูทีนช่วยสายตายังไง?

A1: Lutein เป็นสารแคโรทีนอยด์ที่สำคัญต่อสุขภาพดวงตา ซึ่งสะสมใน Macula ช่วยกรองแสงสีฟ้าและลดความเสื่อมจอประสาทตา

Q2: ขาด Lutein จะเป็นอย่างไร?

A2: การขาด Lutein ทำให้จุด Macula ในจอตาต้องเผชิญกับแสงสีฟ้าโดยตรง ส่งผลให้ ความสามารถในการมองเห็นกลางวันและสีลดลง ตาเมื่อยล้าเร็วขึ้น และเสี่ยงต่อการเกิด จอประสาทตาเสื่อมในระยะยาว

Q3: Lutein หาได้จากแหล่งใด?

A3: Lutein พบมากใน ผักและผลไม้สีเขียวและสีเหลือง เช่น คะน้า, ผักโขม, บรอกโคลี, ฟักทอง, แครอท, ข้าวโพด และ ดอกดาวเรือง

Q4: ทำไมถึงเลือกใช้ดอกดาวเรืองเป็นแหล่ง Lutein?

A4: ดอกดาวเรืองเป็น แหล่งธรรมชาติที่อุดมด้วย Lutein และ Zeaxanthin ซึ่งมีความบริสุทธิ์สูงและปลอดภัยต่อร่างกาย โครงสร้างโมเลกุลใกล้เคียงกับ Lutein ในมนุษย์ จึงดูดซึมเข้าสู่กระแสเลือดและสะสมในจุดโฟกัสของดวงตา (Macula) ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

Q5: ใครบ้างควรเสริม?

A5: คนใช้คอม มือถือบ่อย และผู้สูงอายุ

Zeaxanthin picture

Zeaxanthin

ซีแซนทีนทำงานคู่กับลูทีน เสริมการมองเห็นคมชัด ลดอาการล้าดวงตา และปกป้องจอประสาทตาจากอนุมูลอิสระ

icon

Zeaxanthin เป็นสารแคโรทีนอยด์ทำงานร่วมกับลูทีน ช่วยปกป้องจอประสาทตา เพิ่มความคมชัดและความไวต่อแสง ลดความเสื่อมตาในผู้สูงอายุ

Q&A

Q1: Zeaxanthin ทำงานร่วมกับ Lutein อย่างไร?

A1: Zeaxanthin และ Lutein เป็นแคโรทีนอยด์ที่สะสมอยู่ใน macula ซึ่งเป็นจุดศูนย์กลางของการมองเห็น ทั้งคู่ทำหน้าที่กรองแสงพลังงานสูง โดย Zeaxanthin จะกระจายตัวบริเวณตรงกลางเพื่อดูดซับแสงสีน้ำเงิน (blue light) ลดความเสียหายจากอนุมูลอิสระ ขณะที่ Lutein จะปกป้องรอบนอกของจอประสาทตา ทำให้การมองเห็นคมชัดและลดความเสี่ยงของ macular degeneration

Q2: หากขาด Zeaxanthin จะเกิดอะไรขึ้น?

A2: การขาด Zeaxanthin ทำให้จอประสาทตาเปราะบางขึ้น เสี่ยงต่อการเสื่อมตามอายุ (AMD) มากขึ้น การมองเห็นในที่สว่างจัดอาจพร่ามัว และความสามารถในการกรองแสงสีฟ้าจะลดลง ทำให้ดวงตาไวต่อแสงและเมื่อยล้าได้ง่าย

Q3: Zeaxanthin มีประโยชน์ต่อดวงตาอย่างไร?

A3: นอกจากการกรองแสงสีน้ำเงิน Zeaxanthin ยังช่วยลดความเครียดออกซิเดชันในจอประสาทตา เสริมความแข็งแรงของเซลล์ photoreceptor และอาจช่วยคงความสามารถในการมองเห็นสีและรายละเอียดในระยะยาว

Q4: ใครบ้างควรเสริม?

A4: คนทำงานหน้าจอ นักเรียน นักศึกษา และผู้สูงอายุ

Q5: เราสามารถได้รับ Zeaxanthin จากอาหารอะไรบ้าง?

A5: พบได้ในผักใบเขียวเข้ม เช่น คะน้า ผักโขม รวมถึงข้าวโพด ไข่แดง และพริกหวาน การรับประทานควบคู่กับไขมันดีช่วยให้ร่างกายดูดซึมได้ดียิ่งขึ้น

Vitamin B1 picture

Vitamin B1

ไทอามีน ไฮโดรคลอไรด์ ช่วยเปลี่ยนอาหาร เป็นพลังงาน บำรุงระบบประสาทและสมอง ลดอาการอ่อนเพลีย

icon

วิตามิน B1 (Thiamine) ช่วยเปลี่ยนคาร์โบไฮเดรตเป็นพลังงาน สนับสนุนการทำงานของระบบประสาทและหัวใจ เหมาะสำหรับผู้ที่มีระบบย่อยอาหารบอบบาง เนื่องจากฟอร์ม Thiamine Hydrochloride ดูดซึมได้ง่าย ร่างกายนำไปใช้ได้ทันที

Q&A

Q1: B1 สำคัญต่อร่างกายอย่างไร?

A1: จำเป็นต่อการเปลี่ยนคาร์โบไฮเดรตเป็นพลังงาน ช่วยให้สมองและกล้ามเนื้อได้รับพลังงานเพียงพอ สนับสนุนการทำงานของหัวใจ ระบบประสาท และการเผาผลาญพลังงานโดยรวม

Q2: การขาด B1 ส่งผลอย่างไร?

A2: อาจทำให้ อ่อนเพลีย เหนื่อยง่าย กล้ามเนื้ออ่อนแรง ในกรณีรุนแรงอาจเกิดภาวะ Beriberi หรือปัญหาการทำงานของหัวใจและระบบประสาท

Q3: Vitamin B1 รูปแบบ Thiamine hydrochloride ดีอย่างไร?

A3: เป็นรูปแบบที่ดูดซึมง่าย ร่างกายสามารถนำไปใช้ได้ทันที เหมาะสำหรับผู้ที่มีระบบย่อยอาหารบอบบางหรือดูดซึมไม่ดี

Q4: ใครบ้างควรเสริม?

A4: คนทานอาหารจำกัด ระบบย่อยไม่ดี หรือดื่มแอลกอฮอล์

Vitamin B2 picture

Vitamin B2

บำรุงผิวและดวงตา ลดอาการปากนกกระจอก และดูแลระบบประสาท

icon

Vitamin B2 มีบทบาทในการสร้างพลังงานจากอาหารและต้านอนุมูลอิสระ ช่วยบำรุงสายตา ผิว ผม และเล็บ การเลือกใช้ Riboflavin ทำให้ร่างกายใช้ประโยชน์ได้เต็มที่

Q&A

Q1: B2 ช่วยเรื่องพลังงานยังไง?

A1: ทำงานเป็นโคเอนไซม์ช่วยเปลี่ยนอาหารเป็นพลังงาน ช่วยบำรุง ผิว ผม เล็บ และเยื่อเมือก สนับสนุนระบบประสาท ตา และช่วยป้องกันอนุมูลอิสระ

Q2: B2 ดีต่อสายตาอย่างไร?

A2: B2 ช่วย ปกป้องดวงตาจากความเครียดออกซิเดชัน ลดความเสื่อมของเลนส์ตาและจอประสาทตา ช่วยป้องกัน ตาล้า ตาแห้ง และความเสื่อมของสายตาที่เกี่ยวข้องกับวัย

Q3: ดีต่อผิว ผม และเล็บไหม?

A3: มีบทบาทในการ สร้างพลังงานให้เซลล์ผิวและเนื้อเยื่อ ช่วยให้ผิวแข็งแรง ลดการอักเสบ ผมและเล็บเจริญเติบโตดี ลดความเปราะและแตกง่าย ทำให้ผิว ผม และเล็บมีสุขภาพดีขึ้น

Q4: ขาด B2 มีอาการอย่างไร?

A4: อาจทำให้ ปากแห้งและเป็นแผลที่มุมปาก ลิ้นอักเสบ ผิวแห้ง ผมร่วง และอ่อนเพลีย

Q5: ใครบ้างควรเสริม?

A5: คนทำงานหน้าจอ นักเรียน นักศึกษา และผู้สูงอายุ

Vitamin B6 picture

Vitamin B6

ไพริด็อกซีน เสริมการทำงานของสมอง และประสาท ช่วยสร้างเม็ดเลือดแดง ลดอาการอ่อนเพลียและภูมิแพ้

icon

Vitamin B6 เป็นวิตามินจำเป็นสำหรับการสร้างสารสื่อประสาท การเผาผลาญโปรตีน คาร์โบไฮเดรต และไขมัน รวมถึงสนับสนุนการสร้างเม็ดเลือดแดง การเลือกใช้ Pyridoxine Hydrochloride ช่วยให้ร่างกายดูดซึมและนำไปใช้ได้เต็มประสิทธิภาพ

Q&A

Q1: B6 มีประโยชน์ต่อร่างกายอย่างไร?

A1: ช่วยให้ สมองทำงานปกติ ลดอาการเครียดและวิตกกังวล สนับสนุนการทำงานของระบบประสาท และช่วยสร้างฮีโมโกลบิน

Q2: การขาด B6 ส่งผลอย่างไร?

A2: อาจทำให้ เหนื่อยง่าย ซึมเศร้า อาการชาตามมือและเท้า หรือผิวลอกเป็นขุย ในบางกรณีอาจกระทบต่อระบบประสาทและการสร้างเม็ดเลือด

Q3: B6 ดีต่อภูมิคุ้มกันอย่างไร?

A3: ช่วยผลิตสารเม็ดเลือดขาวและแอนติบอดี ทำให้ร่างกายสามารถต่อสู้กับเชื้อโรคได้ดีขึ้น

Q4: B6 ส่งผลต่ออารมณ์ไหม?

A4: ใช่ ช่วยสร้างสารสื่อประสาท ลดความเครียดและอารมณ์แปรปรวน

Q5: ใครบ้างควรเสริม?

A5: ผู้สูงอายุ ผู้ที่ทานอาหารจำกัด หรือผู้ที่มีอาการเหนื่อยง่าย

Vitamin B9 picture

Vitamin B9

กรดโฟลิก จำเป็นต่อการสร้างเม็ดเลือดและ DNA บำรุงครรภ์ ลดความเสี่ยงโลหิตจาง และภาวะทารกพิการ

icon

B9 หรือ Folic Acid เป็นวิตามินสำคัญต่อการสร้างเซลล์เม็ดเลือดแดงและดีเอ็นเอ ช่วยลดความเสี่ยงการเกิดโรคหัวใจและโรคโลหิตจาง การเสริม Folic Acid มีความสำคัญต่อสตรีมีครรภ์เพื่อพัฒนาสมองและไขสันหลังทารก

Q&A

Q1: ประโยชน์หลักของ Folic acid?

A1: ช่วยสร้าง เม็ดเลือดแดง ป้องกันภาวะโลหิตจาง สนับสนุนระบบภูมิคุ้มกัน และช่วยในการเผาผลาญโฮโมซิสเตอีน ลดความเสี่ยงโรคหัวใจ

Q2: Folic Acid มีบทบาทต่อสมองและอารมณ์หรือไม่?

A2: ช่วยลด ระดับโฮโมซิสเตอีน ซึ่งเชื่อมโยงกับความเสี่ยงโรคสมองเสื่อม และสนับสนุนการทำงานของสารสื่อประสาท ทำให้มีอารมณ์สมดุล

Q3: แหล่งอาหารที่อุดมด้วย Folic Acid มีอะไรบ้าง?

A3: พบมากใน ผักใบเขียวเข้ม เช่น ผักโขม บรอกโคลี ส้ม ถั่ว และอาหารเสริม เช่น Folic Acid สังเคราะห์

Q4: ขาด Folic acid มีอาการอย่างไร?

A4: อาจทำให้เกิด โลหิตจาง เม็ดเลือดแดงผิดปกติ อ่อนเพลีย และระบบประสาทบางส่วนทำงานผิดปกติ วิตกกังวล

Q5: Folic Acid สำคัญต่อใครเป็นพิเศษ?

A5: ผู้หญิงตั้งครรภ์หรือวางแผนตั้งครรภ์ควรได้รับเพียงพอ เพราะช่วย ป้องกันความผิดปกติของท่อประสาทในทารก

Vitamin B12 picture

Vitamin B12

โคบาลามิน เสริมการสร้างเม็ดเลือดแดง บำรุงระบบประสาท เพิ่มพลังงาน ลดความเสี่ยงโรคโลหิตจาง

icon

Vitamin B12 ช่วยสร้างเม็ดเลือดแดง ดูแลระบบประสาท และสนับสนุนพลังงานร่างกาย การเลือกใช้ Methylcobalamin ทำให้ร่างกายดูดซึมได้ทันทีและใช้ประโยชน์เต็มที่

Q&A

Q1: ประโยชน์หลักของ B12?

A1: Vitamin B12 มีบทบาทสำคัญในการ สร้างเม็ดเลือดแดง ป้องกันภาวะโลหิตจางแบบแมโครไซติก และมีส่วนร่วมในกระบวนการ เมทิลเลชันของ DNA และการสังเคราะห์สารสื่อประสาท ช่วยให้สมองและระบบประสาททำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ อีกทั้งช่วยเพิ่มพลังงานโดยการสนับสนุนกระบวนการเผาผลาญไขมันและคาร์โบไฮเดรต

Q2: การเสริม B12 ส่งผลต่อพลังงานอย่างไร?

A2: การได้รับ B12 เพียงพอช่วยเพิ่มประสิทธิภาพ การผลิตพลังงานในไมโตคอนเดรีย ลดความเหนื่อยล้า และสนับสนุนการทำงานของสมองและกล้ามเนื้อให้มีสมรรถภาพดี

Q3: ใครบ้างเสี่ยงต่อการขาด B12?

A3: ผู้ที่รับประทานมังสวิรัติหรือวีแกน ผู้สูงอายุ และผู้ที่มีปัญหาการดูดซึมในลำไส้เล็ก เช่น โรคทางเดินอาหารเรื้อรังหรือลำไส้ขาดเอนไซม์บางชนิด จะมีความเสี่ยงต่อการขาด B12 สูง

Q4: อาการขาด B12?

A4: การขาด B12 อาจทำให้ อ่อนเพลีย เหนื่อยง่าย ชาและเจ็บตามมือและเท้า มีปัญหาด้านสมาธิ ความจำลดลง และอารมณ์แปรปรวน ในระยะยาวอาจส่งผลต่อระบบประสาทอย่างถาวร

Q5: ทำไมเลือกใช้ Methylcobalamin?

A5: Methylcobalamin เป็นรูปแบบ พร้อมใช้ ไม่ต้องแปลงในร่างกาย ทำให้ดูดซึมได้ทันทีและเข้าสู่เซลล์ประสาทอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด

Vit C picture

Vit C

วิตามินซี ต้านอนุมูลอิสระ ช่วยในขบวนการสร้างคอลลาเจน เสริมภูมิคุ้มกัน ช่วยในการดูดซึมธาตุเหล็ก

icon

วิตามินซี ต้านอนุมูลอิสระ ช่วยในขบวนการสร้างคอลลาเจน (ซึ่งเป็นส่วนประกอบสำคัญของเส้นเอ็น กระดูก ผิวหนัง และผม) ช่วยการสร้าง L- Carnitine ช่วยบำรุงผิว ลดการเกิดริ้วรอย เพิ่มความกระจ่างของผิว เสริมภูมิคุ้มกัน ช่วยในการดูดซึมธาตุเหล็ก

Q&A

Q1: Vitamin C ดีต่อระบบภูมิคุ้มกันอย่างไร?

A1: Vitamin C ช่วย กระตุ้นการทำงานของเซลล์เม็ดเลือดขาว เพิ่มความสามารถในการต่อสู้เชื้อโรค ลดการอักเสบ และช่วยให้ร่างกายฟื้นตัวได้เร็วขึ้น

Q2: ส่งผลต่อผิวพรรณอย่างไร?

A2: กระตุ้นการสังเคราะห์คอลลาเจน ทำให้ผิวแข็งแรง ลดริ้วรอย และเพิ่มความกระจ่างใส ผมและเล็บแข็งแรงขึ้น

Q3: ขาด Vitamin C มีอาการอย่างไร?

A3: อาจทำให้ เหนื่อยง่าย แผลหายช้า เลือดออกตามไรฟัน ฟันโยก และผิวหนังมีรอยฟกช้ำง่าย

Q4: Vitamin C ช่วยดูดซึมธาตุอื่นได้ไหม?

A4: ช่วยเพิ่มการดูดซึมธาตุเหล็กจากพืช และสนับสนุนการทำงานของเอนไซม์ในกระบวนการสร้างพลังงาน

Copper picture

Copper

ทองแดง เสริมการทำงานของเอนไซม์ สร้างคอลลาเจน เม็ดเลือดแดง และช่วยรักษาความแข็งแรงของกระดูก

icon

ทองแดงเป็นแร่ธาตุสำคัญในการสร้างเม็ดเลือดแดง คอลลาเจน และเอนไซม์หลายชนิด ช่วยให้ผิว ผม และเส้นเลือดแข็งแรง การเสริมทองแดงช่วยป้องกันโลหิตจางและเสริมระบบภูมิคุ้มกัน

Q&A

Q1: ทองแดงสำคัญอย่างไร?

A1: เป็นองค์ประกอบของ เอนไซม์สำคัญหลายชนิด ช่วยสร้างเม็ดเลือดแดง สร้างคอลลาเจน และสนับสนุนการทำงานของระบบประสาท

Q2: ขาดทองแดงมีอาการอย่างไร?

A2: อาจเกิดโลหิตจาง กระดูกเปราะ ภูมิคุ้มกันต่ำ ผิวหนังผิดปกติ

Q3: ดีต่อผิว ผม และเล็บไหม?

A3: ใช่ ช่วยสร้างคอลลาเจน เพิ่มความแข็งแรงของผิว ผม และเล็บ ลดการแตกหัก

Q4: ทำไมทองแดงจึงสำคัญต่อระบบเลือด?

A4: ทองแดงช่วยในการดูดซึมและการใช้ธาตุเหล็ก ซึ่งเป็นหัวใจหลักของการสร้างเม็ดเลือดแดง หากขาดทองแดง ร่างกายจะไม่สามารถใช้ธาตุเหล็กได้อย่างมีประสิทธิภาพ อาจนำไปสู่ภาวะโลหิตจาง (anemia) แม้ว่าจะได้รับเหล็กเพียงพอก็ตาม

Q5: แหล่งอาหารที่อุดมด้วยทองแดงมีอะไรบ้าง?

A5: ทองแดงพบมากในอาหารอย่างตับสัตว์ หอยนางรม เมล็ดทานตะวัน ถั่วเปลือกแข็ง และเมล็ดธัญพืช การรับประทานอาหารที่มีวิตามิน C และสังกะสีสูงมากเกินไปอาจลดการดูดซึมทองแดง จึงควรรักษาสมดุลของสารอาหารเหล่านี้ร่วมกัน

GABA picture

GABA

กาบา ช่วยผ่อนคลายสมอง ลดความเครียด ส่งเสริมการนอนหลับคุณภาพ และรักษาสมดุลระบบประสาท

icon

GABA เป็นสารสื่อประสาทหลักที่ช่วยลดความเครียด ปรับสมดุลอารมณ์ และสนับสนุนการนอนหลับอย่างเป็นธรรมชาติ การเสริม GABA ช่วยให้ร่างกายผ่อนคลาย ลดความวิตกกังวล และฟื้นฟูร่างกายจากความเครียดสะสม

Q&A

Q1: GABA ทำงานในสมองอย่างไร?

A1: GABA จะจับกับตัวรับในสมองเพื่อยับยั้งการส่งสัญญาณประสาท ทำให้สมองลดความตื่นตัวและเข้าสู่สภาวะสงบ

Q2: ช่วยเรื่องการนอนจริงไหม?

A2: ใช่ GABA ช่วยให้หลับง่ายขึ้น หลับลึกขึ้น และเพิ่มช่วง “deep sleep” ที่มีบทบาทสำคัญในการซ่อมแซมร่างกาย

Q3: มีผลต่อความเครียดอย่างไร?

A3: ลดระดับคอร์ติซอล (ฮอร์โมนความเครียด) และปรับสมดุลระบบประสาทอัตโนมัติ ช่วยให้รับมือกับความเครียดได้ดีขึ้น

Q4: เหมาะกับใคร?

A4: เหมาะกับผู้ที่มีความเครียดสะสม หลับยาก หรือทำงานในสภาวะกดดันสูง รวมถึงผู้ที่ใช้คาเฟอีนมากเกินไป

Q5: GABA ต่างจากยานอนหลับอย่างไร?

A5: GABA ไม่กดประสาทจนหมดแรง แต่ “ปรับสมดุลการส่งสัญญาณประสาท” อย่างธรรมชาติ จึงปลอดภัยและไม่เสพติด

Vitamin B7 picture

Vitamin B7

ไบโอติน บำรุงผิว ผม เล็บให้แข็งแรง ลดการหลุดร่วง เสริมการเผาผลาญ พลังงานและสุขภาพโดยรวม

icon

Biotin หรือ Vitamin B7 เป็นวิตามินสำคัญสำหรับการเผาผลาญคาร์โบไฮเดรต ไขมัน และโปรตีน นอกจากนี้ยังช่วยบำรุงผม เล็บ และผิวให้แข็งแรง ลดการหลุดร่วงและปัญหาเล็บเปราะ

Q&A

Q1: Biotin ดีต่อผมและเล็บยังไง?

A1: ช่วยสร้างเคราติน ลดการหลุดร่วงของผม เล็บแข็งแรง

Q2: อาการของการขาด Biotin คืออะไร?

A2: ผมบาง เล็บเปราะ ผิวแห้ง และอาจมีปัญหาเจ็บปากหรือปากแห้ง

Q3: นอกจากผมและเล็บ มีประโยชน์อื่นไหม?

A3: ช่วยเผาผลาญพลังงานจากคาร์โบไฮเดรตและไขมัน ลดอาการอ่อนเพลีย

Q4: ใครบ้างควรเสริม?

A4: คนทำสีผมบ่อย ผู้ที่มีปัญหาผมบาง ผิวหมอง เล็บเปราะ หรือผู้ใช้ยาปฏิชีวนะนาน ๆ ซึ่งอาจรบกวนการสังเคราะห์ Biotin ในลำไส้

Turmeric Extract picture

Turmeric Extract

สารสกัดขมิ้นชัน อุดมด้วยเคอร์คูมิน ลดการอักเสบ ต้านอนุมูลอิสระ บำรุงข้อและระบบย่อยอาหาร

icon

ขมิ้นชันมีสารสำคัญคือเคอร์คูมิน ซึ่งเป็นสารต้านอนุมูลอิสระและต้านการอักเสบ ลดอาการเจ็บปวดข้อ เสริมสุขภาพตับ และช่วยบำรุงร่างกายให้ฟื้นตัวเร็วขึ้น การเลือกใช้สารสกัดเข้มข้นช่วยให้ได้ผลชัดเจน ปลอดภัย และดูดซึมดี

Q&A

Q1: เคอร์คูมินทำงานอย่างไร?

A1: เคอร์คูมินยับยั้งเอนไซม์และสารก่อการอักเสบ เช่น NF-κB และ COX-2 ลดกระบวนการอักเสบที่ระดับเซลล์

Q2: ดีต่อข้อและตับไหม?

A2: ใช่ ลดอาการปวดข้อ ช่วยฟื้นฟูการทำงานของตับ

Q3: ดีต่อสุขภาพสมองไหม?

A3: ใช่ เคอร์คูมินช่วยลดการอักเสบในสมอง ส่งเสริมการสร้างเซลล์ประสาทใหม่ และอาจช่วยลดความเสี่ยงโรคอัลไซเมอร์

Q4: มีผลต่อระบบย่อยอาหารอย่างไร?

A4: ช่วยกระตุ้นการหลั่งน้ำดี ปรับสมดุลการย่อยอาหาร และลดอาการท้องอืด

Q5: ตับได้รับประโยชน์อย่างไร?

A5: เคอร์คูมินช่วยขับสารพิษ กระตุ้นเอนไซม์ดีท็อกซ์ และลดภาระการทำงานของตับ

Q6: ทำไมควรใช้สารสกัดมากกว่าขมิ้นธรรมดา?

A6: สารสกัดมีความเข้มข้นของเคอร์คูมินสูงกว่า 20–30 เท่า จึงให้ประสิทธิภาพทางชีวภาพสูงกว่าอย่างชัดเจน

Co Enzyme Q10 Picture

Co Enzyme Q10

สารต้านอนุมูลอิสระ CoQ10 บำรุงหัวใจ เพิ่มพลังงานระดับเซลล์ ลดความเหนื่อยล้า และช่วยชะลอวัย

icon

CoQ10 เป็นสารสำคัญในกระบวนการผลิตพลังงานของเซลล์ โดยเฉพาะหัวใจและกล้ามเนื้อ นอกจากนี้ยังทำหน้าที่เป็นสารต้านอนุมูลอิสระ ช่วยชะลอความเสื่อมของเซลล์ ปกป้องหัวใจและหลอดเลือด การเสริม CoQ10 จึงเหมาะกับคนทำงานหนัก นักกีฬา และผู้สูงอายุ

Q&A

Q1: CoQ10 ทำหน้าที่อย่างไรในร่างกาย?

A1: CoQ10 เป็นตัวกลางในกระบวนการสร้างพลังงาน (ATP) ในไมโตคอนเดรีย ทำให้เซลล์ทุกเซลล์ทำงานได้เต็มประสิทธิภาพ โดยเฉพาะเซลล์หัวใจ กล้ามเนื้อ และสมองที่ใช้พลังงานสูง

Q2: CoQ10 ช่วยเรื่องหัวใจอย่างไร?

A2: ช่วยให้กล้ามเนื้อหัวใจบีบตัวได้ดีขึ้น ลดความเครียดออกซิเดชันในหลอดเลือด และอาจลดความเสี่ยงโรคหัวใจ โดยเฉพาะในผู้ที่ใช้ยากลุ่ม statin ซึ่งทำให้ระดับ CoQ10 ในร่างกายลดลง

Q3: มีผลต่อความอ่อนเยาว์หรือไม่?

A3: มี CoQ10 สูงช่วยลดการเกิดอนุมูลอิสระในเซลล์ผิว ชะลอการเสื่อมของเซลล์และริ้วรอย จึงถูกเรียกว่า “สารต้านวัยระดับเซลล์”

Q4: เหมาะกับใครบ้าง?

A4: คนทำงานหนัก นักกีฬา ผู้สูงอายุ หรือผู้ที่ใช้ยา statin

Q5: CoQ10 แตกต่างจากวิตามินทั่วไปอย่างไร?

A5: วิตามินเป็นตัวร่วมในปฏิกิริยาเมตาบอลิซึม แต่ CoQ10 เป็น “ตัวขับเคลื่อนพลังงานหลัก” ในระดับเซลล์ ซึ่งวิตามินไม่สามารถทดแทนได้

Grape skin Extract Picture

Grape skin Extract

สารสกัดเปลือกองุ่น เข้มข้นด้วยโพลีฟีนอล ต้านอนุมูลอิสระ บำรุงหัวใจ หลอดเลือด และผิวพรรณ

icon

สารสกัดจากเปลือกองุ่นอุดมด้วย OPC (Oligomeric Proanthocyanidins) และสารต้านอนุมูลอิสระสูง ช่วยปกป้องเซลล์ ลดความเสื่อมของเซลล์ ช่วยเรื่องการชะลอวัย ช่วยเรื่องความไวต่ออินซูลิน เสริมความแข็งแรงของหลอดเลือดและหัวใจ นอกจากนี้ยังช่วยปรับสมดุลการไหลเวียนเลือดและ

Q&A

Q1: ทำไมสารสกัดจากเปลือกองุ่นถึงโดดเด่น?

A1: เพราะมีสาร Resveratrol และ OPCs ซึ่งมีฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระสูงกว่าวิตามิน C หลายสิบเท่า

Q2: ดีต่อหัวใจและหลอดเลือดไหม?

A2: ช่วยเพิ่มความยืดหยุ่นของหลอดเลือด ลดการอักเสบ และอาจช่วยลดระดับ LDL ที่เป็นอันตราย

Q3: ส่งผลต่อผิวพรรณอย่างไร?

A3: ปกป้องเซลล์ผิวจากความเสียหายจาก UV ลดการสร้างเม็ดสี และช่วยให้ผิวเปล่งปลั่งอ่อนเยาว์

Q4: มีประโยชน์ด้านสมองไหม?

A4: สารต้านอนุมูลอิสระในเปลือกองุ่นช่วยปกป้องเซลล์สมองจากการเสื่อมและเพิ่มการไหลเวียนเลือดไปยังสมอง

Q5: เหมาะกับใคร?

A5: เหมาะกับผู้ที่ต้องการดูแลผิวพรรณ หัวใจ สมอง และสุขภาพโดยรวม โดยเฉพาะในผู้ที่เผชิญกับความเครียด ออกซิเดชัน หรือมลภาวะสูง

Vitamin E Picture

Vitamin E

วิตามินอีอะซิเตท เสถียรสูง ต้านอนุมูลอิสระ บำรุงผิว ลดริ้วรอย และช่วยชะลอความเสื่อมของเซลล

icon

Vitamin E อะซิเตทเป็นรูปแบบที่เสถียรสูงกว่าแบบธรรมชาติ สามารถคงคุณภาพได้นานแม้ถูกเก็บในที่มีแสงหรืออากาศ ช่วยปกป้องเซลล์จากอนุมูลอิสระ เสริมระบบภูมิคุ้มกัน และบำรุงผิว ผม และเล็บ การเลือกใช้ Vitamin E อะซิเตทจึงช่วยให้ร่างกายได้รับประโยชน์เต็มที่โดยไม่สูญเสียคุณภาพ

Q&A

Q1: Vitamin E รูปแบบ D-Alpha Tocopheryl Acetate ดีอย่างไร?

A1: เป็นรูปแบบที่ เสถียรสูงกว่า Vitamin E ธรรมชาติ ไม่เสื่อมง่าย ช่วยให้ร่างกายสามารถแปลงเป็นรูปแบบที่ใช้งานได้จริงและดูดซึมได้ดี

Q2: Vitamin E มีประโยชน์ต่อผิวพรรณอย่างไร?

A2: ช่วยปกป้องผิวจากความเสียหายของรังสี UV และมลภาวะ ลดการอักเสบ และทำให้ผิวเรียบเนียน ชุ่มชื้น

Q3: Vitamin E ดีต่อหัวใจและหลอดเลือดหรือไม่?

A3: ใช่ ช่วย ป้องกันการเกิดออกซิเดชันของคอเลสเตอรอล LDL ลดความเสี่ยงของหลอดเลือดแข็งตัว และสนับสนุนสุขภาพหัวใจ

Q4: ใครบ้างควรเสริม?

A4: ผู้สูงอายุ คนทำงานกลางแจ้ง และผู้ที่รับสารต้านอนุมูลอิสระน้อย